|
Officemate แนวคิดธุรกิจออฟไลน์และออนไลน์ของ วรวุฒิ อุ่นใจ - หน้า 1 |
|
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
หน้า 3 จาก 4 " ทุกวันนี้ กลุ่มลูกค้าของเราอยู่ที่ B2B ครับ เป็นลูกค้าิ B2B 70% ของ Volumn(ยอดขาย) ครับ เป็น B2C ซะ 30 % แต่ถ้าพูดถึงจำนวนลูกค้าเป็น B2C 90 % เป็น ฺฺB2B ฺแค่ 10 % เท่านั้นเอง หมายความว่า B2C เป็นลูกค้ารายเล็ก ซื้อเบี้ยหัวแตก Volumn น้อยแต่ Transactionเยอะ(ซื้อถี่) แต่ B2B Transaction น้อย แต่Volumnเยอะ แล้วถามว่าืทำไมเราพัฒนา B2C เพราะ B2C มันlead B2B ก่อนที่เค้าจะมาหาเราด้วย B2B เค้าจะต้องมาหาเราด้วยB2C ก่อนเพราะ B2C เป็นอะไรที่เข้าถึงง่าย B2Cของเราค่อนข้างAdvanced เมื่อเทียบกับเว็บไซต์โดยเฉลี่ยในเมืองไทย B2C ของเราทำ Programming Transactionด้วย หมายความว่า ลูกค้าสามารถเก็บเมมโมรี่การซื้อขายได้ สามารถขอ Qaotationออนไลน์ สามารถทำ Quotation Automaticด้วยตัวเอง ส่งถึงเค้าทุกเดือนโดยที่เค้าสามารถกำหนดสินค้าที่เค้าต้องการรู้ราคา ซึ่งเมืองไทยมีไม่กี่เว็บที่ทำ Feature ได้่เท่านี้ อีกจุดหนึ่งที่ผมมอง E-Commerce ในไทยคือว่า ยังต้องแทรกเอนเตอร์เทนเมนท์ ถ้าเราขายของฮาร์ดเซลล์(Hard Sell) มันยังใช่เวลาของเมืองไทย อย่างทุกวันนี้ ออฟฟิศเมทมีมิวสิค ออนไลน์ ฟังเพลงได้ขณะชอปปิ้ง ส่วนใหญ่มีไม่กี่เว็บที่จะทำ ผมยังไม่เห็นว่า มีเว็บชอปปิ้งในเมืองไทยทำ ถ้าเป็นเว็บเอนเตอร์เทนก็โอเค..มี ผลลัพท์ที่ได้คือ Pageview per User มากขึ้น ,ช่วงเวลาที่เค้าอยู่กับเว็บเรานานขึ้น เข้าเว็บเราบ่อยขึ้น ดูเพจเรามากขึ้น เราเอาแค่นี้ก่อน แต่ถึงที่สุดแล้ว Bottom-line จะอยู่ที่ซื้อของเ้รามากขึ้น เห็นมั้ยครับผมเอา Gimmick มาล่อ แต่ถ้าเราคิดถึงยอดขายก่อน โห..ไม่มา การทำอีคอมเมิร์สของออฟฟิศเมท ทุกวันนี้เรายังมองว่า้เป็น R&D อยู่เลยเพราะยอดขายจากอีคอมเมิร์สมันเพิ่งจะ 10 % ของยอดขายทั้งหมดอยู่เลย ขณะที่มาจากออฟไลน์ 90 % ถ้าเราเซ็ทองค์กรเพื่อรองรับ 10 % ตรงนี้ เราก็เจ๊งไปนานแล้วครับ ถ้าถามว่าออฟฟิศเมท สำเร็จหรือยังในE-Commerce บอกได้เลยว่ายัง อีกไกลเลย เพราะในเมืองไทย ขนาดเราเองทำอะไรตั้งเยอะยังไม่กล้าพูดว่าซัคเซสเลย เพราะE-Commerce เมืองไทยยังต้องปรับ กว่าพฤติกรรมลูกค้ารองรับ กว่าระบบกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคจะออกมา กว่ากฏหมายสน.ออนไลน์จะมี ถ้าเรายังไม่มีเรื่องพวกนี้ ใครจะกล้าซื้อสินค้าออนไลน์ ใครจะดูแลเค้าปกป้องผลประโยชน์เค้า เมืองไทยต้องมีเรื่องพวกนี้ก่อน E-Commerce เมืองไทยถึงจะเป็น Mass ทุกวันนี้ ผมเข้าไปช่วยก่อตั้งชมรม E-Commerce หวังจะผลักดันเรื่องพวกนี้ นี่คือสิ่งที่ Officemate พยายามทำในเรื่อง E-Commerce " E-Procurement Solution" 2 ปีที่ผ่านมาแล้วเราบุกตลาด B2B ค่อนข้างเยอะ แต่ปีนี้เราจะบุกตลาด B2B อีก Stage หนึ่งเรียกว่า " B2B Express " ซึ่งเป็น E-Procurement แบบที่ผู้ซื้อสามารถกำหนด parameter ต่าง ๆได้เอง สามารถกำหนดผู้อนุมัติ กำหนด user ได้เอง แล้วเราจะทำ E-Commerce แบบ Mass ได้มากขึ้น" " E-procurement เป็นแนวคิดการจัดซื้อ-จัดจ้างยุคใหม่เรียกว่าเป็นระบบ Paperless System ระบบแต่เดิมจะเป็นลูกค้าคือฝ่ายจัดซื้อรวบรวมคำสั่งซื้อจากแผนกต่าง ๆ ในองค์กร ฝ่ายจัดซื้อติดต่อร้านค้าต่าง ๆและเปรียบเทียบราคาแล้วสั่งซื้อ แต่ระบบ E-Procurement ของ Officemate คือตัดฝ่ายจัดซื้อของลูกค้าออกไป โดยลูกค้าของแผนกต่าง ๆ ในองค์กรสามารถสั่งซื้อได้ด้วยตัวเอง แต่จะมีผู้อนุมัติทำหน้าที่กลั่นกรองว่าสมควรจะใช้สิ่งของนี้หรือไม่หรือใช้ Budget คุม สมมติว่า แต่เดิม พนักงานของ 8 แผนกในองค์กรต้องการสั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงาน สามารถส่งคำสั่งซื้อมาที่ Officemate โดยตรงเลย หลังจากการอนุมัติภายในแทนที่จะนำคำสั่งซื้อส่งไปให้ฝ่ายจัดซื้อก่อนเหมือนแบบเดิม และภายใน 24 ช.ม. สิ่งที่สั่งซื้อจะอยู่ที่โต๊ะี่เลย และคำสั่งซื้อทุกสั่งซื้อผู้บริหารสามารถเห็นแบบ real-time ได้เลย ในส่วนจัดซื้อลดหน้าที่ส่วนการสั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงาน และให้เวลากับการสั่งซื้อวัตถุดิบราคาเป็นแสนเป็นล้านสำหรับองค์กรได้มากขึ้น ไม่ใช่เอาเวลามาซื้อปากกา ดินสอ สมุด สองเล่ม สามเล่ม และคุณไม่ต้องมาเสียเวลาต่อรองทุกครั้งเพราะก่อนใช้ระบบมีการต่อรองราคากันจนพอใจ และไม่ต้องมีการต่อรองกันอีก Officemate จะยืนราคาที่ตกลงกันในเวลาที่กำหนดกัน ส่วนคุณก็คุมว่าลูกน้องคุณซื้อของ ใช้ของมีประสิทธิภาพหรือปล่าว ลูกค้าเราที่ใช้ E-Procurement แฮปปี้หมดมีแต่จะต่อยอดพัฒนาให้ใช้กับสินค้าอื่นๆ มากขึ้น ในต่างประเทศนะครับ เค้าหาบริษัทอย่าง Officemate เทคแคร์ บริษัทที่มีมาตรฐานสูงเรื่องบริการและไว้ใจได้ในเรื่องราคาดูแลไปเลย และบริษัทส่วนใหญ่เค้าแข่งกันที่ราคาเพราะท้ายที่สุดแล้วราคาคุณบวกได้ไม่มากเท่าไหร่หรอก ถ้าถามเรื่องราคา คุณขายของให้จัดซื้อแล้วมีใครซื้อของได้เคี่ยวกว่าคนนี้อีก และการที่ officemate มีลูกค้าจัดซื้อเป็นหมื่นๆรายเนี่ย ถามว่ามัน Prove อะไรบางอย่างมั้ยในเรื่องราคา"
|