|
เอดับบลิวซี เดินหน้ารุกตลาดวี พีซีที ด้วยการผนึกดี ซูพรีม ในแบบพันธมิตรร่วมพัฒนาธุรกิจ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่าน weloveshopping.com ขณะเดียวกันส่งเครื่องลูกข่าย DS400i ลงตลาด ตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้า หวังรักษาฐานลูกค้า 4 แสนให้คงอยู่ เพื่อไม่ให้เลือดไหลเหมือนช่วงเม.ย.ที่ลูกค้าทิ้งกว่า 6 หมื่นราย
นายสหรัฐส์ คนองศิลป์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอเชีย ไวร์เลส คอมมิวนิเคชั่น (เอดับบลิวซี) ผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานบ้านแบบพกพาภายใต้ชื่อ “วี พีซีที” กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมกับดี ซูพรีมผู้ประสานงานนำเข้าเครื่องโทรศัพท์วี พีซีทีให้กับเอดับบลิวซี มาตั้งแต่ปี 2547 ได้พัฒนาจากคู่ค้าเป็นพันธมิตรร่วม เปลี่ยนจากการแนะนำเครื่องลูกข่ายแล้วให้เป็นผู้นำเข้าเอง และมีการสำรวจตลาดและพัฒนาสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่องด้วย และเอดับบลิวซียังมีแผนที่จะหาพันธมิตรลักษณะนี้เพิ่มขึ้นด้วย
พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัวเครื่องลูกข่ายใหม่รุ่น DS400i เพื่อให้มีความหลากหลายตรงใจไลฟ์สไตล์ลูกค้ามากขึ้น เครื่องลูกข่ายรุ่นใหม่ของวี พีซีทีสามารถรองรับทุกฟังก์ชัน ด้วยจอสี LCD ขนาดใหญ่ ความละเอียด 160x128 พิกเซล สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็ว 32 Kbps รองรับการดาวน์โหลด วอลเปเปอร์ ริงโทน และเกม Interactive พร้อมปรับเปลี่ยนเป็น Walkie-Talkie สำหรับการสื่อสารระยะใกล้ได้ทันที เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ โดยจะจำหน่ายในราคาเครื่องละ 2,490 บาท นอกจากนี้ เอดับบลิวซียังได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้าน E-Commerce หรือที่รู้จักกันในนาม weloveshopping.com เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าสั่งสินค้าแบบ on-line ซึ่งมั่นใจว่าจะส่งผลให้ตลาดวี พีซีทีตื่นตัวและเติบโตตามสถานการณ์ของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสงครามราคาในตลาดมือถือ พร้อมบริการ Home Delivery ในราคาปกติด้วย “ จากสงครามมือถือเราต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด โดยเน้นความคุ้มค่า ประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยการเสริมศักยภาพการให้บริการในการพัฒนาตัวแทนจำหน่ายขนาดกลางถึงใหญ่ ให้สามารถดำเนินธุรกิจนำเข้า และจำหน่ายสินค้าวี พีซีทีด้วยตนเอง และเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่ายในรูปแบบพันธมิตรธุรกิจร่วม ซึ่งการทำตรงนี้ก็เพื่อรักษาฐานลูกค้า และไม่ไหลออกเหมือนเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ” นายวิฑิต อาภาพาส ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดี ซูพรีม กล่าวว่า ด้วยความพร้อมของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งความสำเร็จในการนำเข้าเครื่องโทรศัพท์แต่ละรุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้บริการ จนพัฒนามาเป็นพันธมิตรธุรกิจร่วมรายแรกกับเอดับบลิวซี เชื่อว่าจะสร้างประโยชน์สูงสุดในการให้บริการแก่ลูกค้า ส่วนแผนการตลาดยังคงเน้นการนำเข้าโทรศัพท์ที่มีฟังก์ชันใหม่ๆ สามารถรองรับความต้องการในการใช้บริการของลูกค้า เช่น การรองรับ PIM Card การดาวน์โหลดภาพ และเสียง ที่มีรูปแบบความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงยิ่งขึ้น เพื่อรองรับฟังก์ชัน MP3 กล้องถ่ายรูป web browser เป็นต้น “ความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้ เป็นพัฒนาการอีกก้าวหนึ่งในการขยายตัว และเพิ่มอัตราการเติบโตของตลาดวี พีซีทีในเมืองไทย เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นราคา คุณภาพสินค้า และการพัฒนาเทคโนโลยีรองรับบริการฟังก์ชันใหม่ๆ ที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้เต็มประสิทธิภาพ และพร้อมจะเปิดรับผู้แทนจำหน่ายรายอื่นๆ ให้เข้ามาพัฒนาธุรกิจร่วมกัน” ปัจจุบันวี พีซีทีมีฐานลูกค้าประมาณ 4 แสนราย หลังจากเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาลูกค้าไหลออกจากระบบสูงสุดถึง 6 หมื่นราย ส่วนเป้ารายได้สิ้นปีนี้ลดเป้าเหลือประมาณ 1,600-1,700 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ประมาณ 1,800 ล้านบาท โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 สิงหาคม 2549 |