www.thinkandclick.com

Main Menu
Home
E-marketing News
E-Marketing Tips
Search Engine Marketing
email marketing
E-Marketer Interview
Internet Statistics
E-Marketing Tools
User Menu
About Us
Contact Us
Thinkandclick เวอร์ชั่นเดิม

ทรูรอถกทีโอทีกสทเปิดประตูอินเทอร์เน็ต เตรียมหั่นค่าเช่าวงจรตปท.ไอเอสพี 40% PDF พิมพ์ อีเมล์

ทรูวอนทีโอที กสท เปิดประตูให้ออกต่างประเทศ หลังได้ไลเซ่นต์อินเทอร์เน็ตเกตเวย์แบบที่ 2 ยันตอนนี้แค่แง้มประตู หากเปิดเต็มที่ อีก 3 ปีการใช้แบนด์วิธต่างประเทศจะเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว ชี้ทรู อินเทอร์เน็ต เกตเวย์ พร้อมให้บริการปลายเดือนต.ค.หากทีโอที กสท เห็นใจ ด้วยค่าบริการที่เก็บจากลูกค้าเป้าหมายไอเอสพีถูกลง 30-40%

นายนพปฎดล เดชอุดม กรรมการผู้จัดการบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต เกตเวย์ กล่าวว่าหลังจากที่บริษัท สกาย ออฟฟิศ ได้รับใบอนุญาตประเภทที่ 2 (มีหรือไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง) เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมาจึงได้เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็นทรู อินเทอร์เน็ต เกตเวย์ พร้อมทั้งมีเป้าหมายจะให้บริการภายในปลายเดือนต.ค.ที่จะถึงนี้

ปัญหาของทรูฯในขณะนี้คือการที่เป็นใบอนุญาตประเภทที่ 2 ทำให้ต้องเช่าใช้อุปกรณ์และสถานที่ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อออกต่างประเทศจากบริษัท กสท โทรคมนาคม และบริษัท ทีโอที โดยที่จุดเชื่อมต่อของกสท จะเป็นจุดที่มีการเชื่อมต่อหรือขึ้นบกของเคเบิลใยแก้วใต้น้ำจำนวน 4 แห่ง ในขณะที่จุดเชื่อมต่อของทีโอทีจะเป็นลักษณะแค่บ่อพักสายเคเบิลใยแก้วที่พรมแดนไทยใกล้ประเทศมาเลเซีย

“หลังได้ใบอนุญาตฯ ทรูก็ส่งหนังสือถึงทีโอทีกับกสท เพื่อขอเจรจาเช่าใช้ดังกล่าว ซึ่งทรูจะไปพบกับกสทในวันนี้(25ส.ค.) ในขณะที่ทีโอทียังไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด”

ขั้นตอนการเช่าอุปกรณ์จากทีโอทีและกสท เป็นปัจจัยหลักที่กระทบกับแผนให้บริการของทรูฯ เนื่องจากหากทั้ง 2 หน่วยงานให้เช่าใช้ ทรูฯก็จะรู้ถึงต้นทุนในการให้บริการทั้งหมด เพื่อมากำหนดอัตราค่าบริการต่างๆที่จะคิดกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 37 รายซึ่งเป็นลูกค้าเป้าหมายของทรูฯ

อย่างไรก็ตาม หากทุกฝ่ายปฏิบัติตามกรอบปฏิบัติที่กทช.กำหนด ก็คาดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาและทรูฯก็พร้อมให้บริการตามแผนที่วางไว้ แต่หากทั้ง 2 หน่วยงานคิดค่าเช่าแพงจนเกินความเหมาะสมหรือยื้อเวลาไม่ยอมให้ทรูฯเช่าสักที ก็คาดว่าอาจต้องขอใบอนุญาตประเภท 3 เพื่อสร้างโครงข่ายเดินสายเคเบิลเอง ซึ่งเท่ากับว่าต้องเกิดการลงทุนซ้ำซ้อน 4-5 พันล้านบาท ซึ่งทรูฯ ไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะด้วยคาปาซิตี้ของกสทและทีโอที ก็มีมากเหลือเฟือ และการให้ทรูฯเช่าก็จะทำให้เกิดรายได้มากขึ้นด้วย นอกจากนั้นทรูฯยังมีทางออกด้วยการสร้างจุดเชื่อมต่อดังกล่าวขึ้นมาเอง เพราะใบอนุญาตประเภทที่ 2 สามารถทำได้ โดยอาจต้องมีการหารือกับกทช.ก่อน

“อะไรที่ผูกขาดมานาน เมื่อเปิดเสรีก็มีเงินนอกพร้อมที่จะลงทุน หากทีโอทีกับกสทไม่ยอมเปิดให้เช่า ทุกคนจะวิ่งไปหาไลเซ่นต์ประเภทที่ 3 (มีโครงข่ายเป็นของตนเอง) หมด ซึ่งหากถึงวันนั้น กสทหรือทีโอที จะกลับใจเปิดให้เช่าก็ไม่มีความหมาย เพราะทุกคนลงทุนสร้างเครือข่ายกันหมด การแข่งขันก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น”

นายนพปฎล กล่าวว่า หากกรอบการกำกับดูแลในเรื่องอินเทอร์เน็ตยังไม่เปิดกว้างหรือเปิดเสรีอย่างเต็มที่ ก็อาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะเหมือนแค่แง้มประตู แต่ไม่ใช่เป็นการเปิดประตูทั้งบาน ซึ่งเชื่อว่าหากเปิดประตูทั้งบานภายใน 3 ปี การใช้แบนด์วิธอินเทอร์เน็ตในประเทศจะเพิ่มสูงถึง 30 กิกะบิต จากปัจจุบันที่มีการใช้เพียง 7.6 กิกะบิต

ทรูฯจะให้บริการด้วยค่าเช่าที่ถูกกว่ากสท 30-40% ซึ่งหมายถึงต้นทุนเรื่องแบนด์วิธสำหรับไอเอสพีจะลดลงทันทีและไอเอสพีสามารถเลือกตอบสนองกับตลาดได้ 3 รูปแบบคือส่งผ่านส่วนลดดังกล่าวไปถึงผู้บริโภคโดยตรงเพื่อสร้างตลาดให้เติบโตมากขึ้น หรือคงราคาเดิมไว้แต่เพิ่มความเร็วให้สูงขึ้น หรือคงราคาและความเร็วไว้เท่าเดิม เพื่อกำไรมากขึ้นแต่คาดว่าจะทำได้แค่ช่วงแรกเท่านั้น เพราะตลาดประเทศไทยอ่อนไหวเรื่องราคา เมื่อต้นทุนลดจะต้องมีไอเอสพีลดราคาแน่นอน

“ต่อไปต้นทุนแบนด์วิธจะไม่ใช่ประเด็นหลักของไอเอสพีอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเรื่องการตลาด ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะได้ความเร็วเพิ่มขึ้น ในราคาที่ถูกลง”

ทรูฯใช้เงินลงทุนเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ประมาณ 300 ล้านบาทและคาดว่าจะคืนทุนภายใน 3 ปี โดยที่ทรูฯวางตำแหน่งด้านการตลาดไว้ว่าไม่ใช่คู่แข่งกับกสท หรือทีโอที โดยตรง แต่มองว่าทรูฯ เป็นบริการที่เสริมกับทั้ง 2 หน่วยงาน เพื่อทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยไม่เกิดปัญหาเน็ตเวิร์กล่ม

นายอโณทัย รัตนกุล ผู้จัดการทั่วไป ทรูอินเทอร์เน็ตเกตเวย์กล่าวว่าทรูฯจะให้บริการ 4 ประเภทคือ

  1. บริการเชื่อมโยงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ (International IP Transit) เป็นบริการเชื่อมโยงโครงข่ายให้ไอเอสพีในประเทศต่อเชื่อมกับโครงข่ายอินเทอร์เน็ตต่างประเทศตามความต้องการของแต่ละไอเอสพี โดยทรูฯมีการเชื่อมต่อไปสหรัฐอเมริกา 50% ยุโรป 20% และภายในเอเชีย 30%
  2. บริการเชื่อมโยงโคงข่ายอินเทอร์เน็ตในประเทศ (Domestic Internet Exchange)เป็นบริการเชื่อมโยงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในประเทศโดยตรง ประหยัดเวลาในการส่งข้อมูลเพราะไม่ต้องผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตต่างประเทศ
  3. บริการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตระหว่างผ่านลิสไลน์ (International Private Leased Circuit)
  4. บริการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศผ่าน MPLS (International IP VPN)

ทั้งนี้บริการของทรูฯจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างประเทศที่สิงคโปร์กับสหรัฐอเมริกา โดยมีจุดขายในเรื่องราคาที่ถูกกว่าปัจจุบัน 30-40% คุณภาพของบริการในมาตรฐานผู้ให้บริการระดับโลก รวมทั้งทรูฯยังมี Service Level Agreement 99.95% รับประกันกับลูกค้าไอเอสพีว่าภายใน 1 เดือนระบบจะสามารถล่มได้ไม่เกิน 22 นาที หากเกินกว่านั้นก็จะมีการชดเชย รวมทั้งหากระบบล่มจะต้องกู้คืนภายใน 4 ชั่วโมง

“สำหรับคาปาซิตี้ของเราแบ่งเป็น 2 ช่วงคือภายในประเทศเพิ่มแบนด์วิธเป็น 10 กิ๊ก ส่วนต่างประเทศเราเตรียมไว้ 3.5 กิ๊กในช่วงแรกซึ่งคาดว่าจะใช้หมดภายใน 2 เดือนหลังให้บริการและทรูฯพร้อมขยายแบนด์วิธต่างประเทศได้อีกมาก

ด้านนายจำรัส ตันตรีสุคนธ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวฝ่ายบริหารยังไม่ได้รับทราบ แต่หากยื่นขอมาจริงทีโอที พร้อมที่จะดำเนินการให้ โดยในเดือนตุลาคมนี้ ทีโอที จะเตรียมเปิดวงจรอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ระหว่างประเทศ ของตนเอง ภายใต้ใบอนุญาตแบบที่ 3 ที่ได้รับจาก กทช. ซึ่งในระหว่างนี้ ทีโอที ได้มีการจัดเตรียมช่องสัญญาณในการเชื่อมต่อวงจร สำหรับไอเอสพีที่ต้องการเช่าแบบเหมา

“ทีโอทีพร้อมให้บริการ โดยไม่มีการปิดกั้นรายหนึ่งรายใด เพราะเป็นผลดีกับทีโอทีมากกว่าในการสร้างรายได้จากธุรกิจเช่าเหมาวงจร นอกเหนือจากการให้เช่าแต่โครงข่ายอย่างเดียว"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 สิงหาคม 2549

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Copyright © 2006 thinkandclick.com. All rights reserved. thinkandclick.com